Make your own free website on Tripod.com
ตอนที่ 18...

    มัทรีตบริมเอกสารต่าง ๆ ให้เข้ากัน เลิกงานแล้วทุกคนในบริษัทรีบเคลียร์งานของตัวเองกันทั้งนั้น มีแต่นิคมเท่านั้นที่ยังนั่งเท้าคางเฉย ๆ มองดูมัทรีด้วยสายตาพินิจ
    "เสร็จแล้วเหรอ.....คม"
    "เสร็จนานแล้ว รอคุณอยู่"
    "เอ๊ะ.....มีอะไรรึเปล่า....." หล่อนถาม นัยน์ตาเป็นประกาย นิคมทำให้หล่อนแปลกใจหลายครั้ง ตั้งแต่กลับจากงานในวันนั้น
    "ทานข้าวด้วยกันหน่อยนะ มีเรื่องจะบอก เดี๋ยวผมจะไปส่งบ้านด้วย"
    "เรื่องสำคัญเหรอ.....เรื่องอะไร....."
    เขายิ้ม เป็นยิ้มที่พิเศษสุดสำหรับมัทรี
    "เรื่องของคุณกับผม"
    นิคมบอกไปเช่นนั้น มันไม่เร็วไปสำหรับเขาหรือช้าไปสำหรับมัทรี เขาพูดเพราะมั่นใจในทุกสิ่งแล้ว นิคมนิ่งมองหล่อนอยู่นาน แล้วก็หันไปมองที่ประตู ปรากฏร่างชายหนุ่มหน้าตาคุ้นเคย กำลังเดินเข้ามาหา
    "......อุรัมภ์....."
    ทั้งสองหน้าไม่ต้อนรับโดยอัตโนมัติ นึกถึงเพื่อนร่วมบริษัทที่ลางานไปสงบสติอารมณ์ค่อนเดือนแล้ว ยังไม่มีวี่แววอะไรกลับมา
    "โอบกชไม่อยู่หรอกครับ" นิคมพูด พร้อมกับพยายามปั้นหน้าให้เป็นปกติอย่างที่สุด
    "ผมทราบแล้ว.....ผมจะแวะมาถามเท่านั้นเองว่า เขาจะโทรมาติดต่อทางนี้บ้างรึเปล่า....."
    "คุณยุทธภูมิไม่ได้บอกคุณหรอกหรือว่าตั้งแต่วันนั้นเธอโทรมาครั้งเดียว ขอลางานหนึ่งเดือน แต่ผมไม่แน่ใจหรอกนะว่าครบเดือนเธอจะกลับมาทำงานรึเปล่า....."
    "งั้นเหรอครับ ขอบคุณที่ให้ความเป็น สวัสดีครับ" เขายักไหล่นิด ๆ ดูกลืนไปกับอริยาบถ
    อุรัมภ์ลาจากไปโดยเร็ว ไม่เดือนร้อนกับกริยาไม่ต้อนรับนั้นเท่าไรนัก เพราะอันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกก็ได้
    เขาขับรถไปเรื่อยเปื่อย ผ่านซอยที่ทาวน์เฮาส์ของโอบกชอยู่เขานึกสนุก จึงขับแวะเข้าไป ตั้งใจเพียงผ่านเท่านั้น แต่เมื่อเห็นรถของยุทธภูมิจอดอยู่ข้างในตามความคาดหมาย เขาจอดรถเอาไว้หน้าบ้าน เปิดประตูเข้าไปโดยง่าย เห็นยุทธภูมินั่งดูรายการโทรทัศน์ เขาเหลือบตาสำรวจรอบ ๆ ตัวเพื่อน มีชุดนอน ชุดอยู่บ้านพับซ้อนกันสองสามตัว เขาทำหน้าตกใจ
    "ทำไมทำหน้าอย่างนั้น....." ยุทธภูมิถามเรียบ ๆ "แล้วนึกยังไงถึงได้โผล่มาตอนนี้"
    "แกจะค้างที่นี่เหรอ....." อุรัมภ์ทำท่าจะหัวเราะออกมา
    "ไม่แปลกนี่.....ฉันก็ค้างที่นี่วันศุกร์มาสามอาทิตย์แล้ว"
    "เป็นไปได้ขนาดนี้.....เพื่อน เออ.....ดีเหมือนกัน วันนี้จะอยู่เป็นเพื่อนกินเหล้าแป๊บนึง หัวค่ำค่อยกลับ"
    "จริงสิ ลืมไปว่าแกจะเลิกทำตัวเละเทะแล้ว ฮะฮะ.....มาสิ ฉันก็กินรอแกอยู่นี่ไง"
    นานๆ ถึงจะได้เห็นยุทธภูมิหัวเราะออกมาชัดแจ้งเช่นนี้ เขาไม่เคยแสดงอารมณ์ออกมาโดยไม่จำเป็นหรือไม่เผลอตัวซะก่อน คงจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์กระมัง
    ทั้งสองคุยกันถึงเรื่องจิปาถะ ในระหว่างการสังสรรค์
    เกือบสามทุ่มแล้ว อุรัมภ์กลับไปแล้วสักพักใหญ่ บ้านหลังเล็กนี้กลับคืนเข้าสู่ความเงียบเหงาอีกครั้งหนึ่ง แผ่นเสียงวางกระจัดกระจายตั้งแต่วันที่เจ้าของบ้านจากไป มันไม่ได้รับการจัดหรือนำออกมาบรรเลงอีก แจกันที่มีดอกไม้เหี่ยวแห้งจนกรอบปักประดับอยู่ทำให้บรรยากาศแล้ง ๆ พิกล
    เขาคิดถึงตัวเอง ทำไมจะต้องมานั่งอยู่ที่นี่.....
    นานแล้วที่เขาไม่ได้ทำอะไรตามใจตัวเอง เขาอาจจะควบคุมตัวเองมากเกินไปก็ได้จากช่วงเวลาที่ผ่านมา.....ไม่เคยสนใจความบันเทิงเริงรมย์ของผู้ชาย เหตุผลคือมันไม่มีสาระ ไม่ใช่แก่นสารในชีวิต
    แต่ตอนนี้ เขากลับอยากทำอะไรเพื่อตัวเองซะแล้ว
    นี่คงเป็นคำตอบได้กระมัง
    ว่าเหตุใดเขาจึงมานั่งอยู่ที่นี่.....ที่ลึกไปกว่านั้นก็ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องบรรยาย ในเรื่อความหมายมันสมบูรณ์อยู่ในตัวเองแล้วทั้งสิ้น
    เขาอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเมื่อหมดรายการโทรทัศน์ เอนหลังบนโซฟาที่นอนประจำ ฤทธิ์สุราสร้างไปมาแล้ว เขานอนมองเพดานนิ่ง ๆ นับมดนับแมลงไปตามเรื่อง เป็นกิจกรรมที่ใคร ๆ คงคาดไม่ถึงว่าคนเงียบเฉยเคร่งเครียดเช่นเขาจะทำ
    เขาจะทำก็เมื่ออยากจะหลับเท่านั้น
    นับมดนับแมงจนได้จำนวนมากแล้วหนังตาหนักขึ้นทุกที ลืมจำนวนมดแมลง ลืมชื่อเพลงบรรเลงที่เปิดฟัง.....ชักง่วงแล้วล่ะสิ มุศึกหลับไป หลับไปเนิ่นนาน
    ฝันประหลาด.....
    ฝันว่าได้ยินเสียงเพลงบรรเลงที่เมื่อคืนเปิดฟัง ได้กลิ่นหอมหวานจากถ้วยกาแฟ ได้ไออุ่นจากของหนักแต่นุ่มที่เหมือนวางบนตัวไม่รู้แต่เมื่อไหร่
    แต่นั่นมันก็คงเพียงความฝัน
    เขาไม่ยอมเปิดตาขึ้นมา จนรู้สึกตัวว่าแดดจกจ้าส่องแยงตาแล้ว จึงค่อยเปิดตาขึ้น
    แปลกนะ?
    ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลงบรรเลง กลิ่นหอมจากถ้วยกาแฟร้อน ๆ หรือแม้แต่ไออุ่นจากของหนักที่วางบนตัว
    มันไม่ได้จางหายไปพร้อมกับการตื่นของเขา
    มีถ้วยกาแฟควันกรุ่นวางอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ ผ้าห่มนวมผืนใหญ่โอบคลุมร่างเขาด้วย รวมทั้งเครื่องเล่นแผ่นเสียงก็กำลังปฏิบัติหน้าที่ของมัน
    ทีแรกคิดว่าเป็นอุรัมภ์เสียอีกที่ทำแบบนี้ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอุรัมภ์กลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว คราวนี้ยุทธภูมิไม่เพียงนอนลืมตาอยู่เฉย ๆ เขาลุกขึ้นนั่งเหลียวมองไปรอบตัว
    ผู้หญิงคนที่เขารอคอย หล่อนนั่งยิ้มอยู่บนเคาน์เตอร์เครื่องดื่ม ยิ้มแบบที่ทำให้เขารู้ว่าหล่อนกับมาเป็นคนเดิมแล้ว กลับมาอย่างมีคุณค่าสมแก่การรอคอย
    "ตอนแรกที่กชเข้ามาตกใจจัง อาหลับสนิทเลยนะคะ" หล่อนยิ้มละไม "อาอุตส่าห์เฝ้าบ้านให้กชด้วย ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้วค่ะ"
    "กลับมาแล้วเหรอ" ทั้งที่เห็นอยู่ แต่เขาก็ถามออกไปเช่นนั้นจนได้ อยากจะถามว่าหล่อนไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรมาบ้าง แต่ก็กลับจะเป็นการขุดคุ้ยสิ่งเก่า ๆ ให้เหม็นขึ้นมาอีก
    หล่อนหมุนตัวไปจิบกาแฟ
    "กชไปพักอยู่กับคุณแม่แม่ชีที่ระยองมาค่ะ ได้ทำอะไรตั้งหลายอย่าง....." หล่อนเล่าให้ฟัง เสียงแจ้ว ๆ ไม่หยุด แต่ไม่ยอมกล่าวถึงสิ่งที่เขาอยากรู้เลย เขาอยากรู้ว่าหล่อนเห็นคุณค่าตัวเองขึ้นบ้างรึเปล่า
    เขาทดลอง "กลับมาก็ดีแล้ว คนอื่นเค้าเป็นห่วงกันทุกคน เออ.....อุรัมภ์เค้าจะมีลูกแล้วนะ"
    คงจะเป็นไปไม่ได้ที่แผลในใจเธอนั้นจะหายสนิทโดยไม่เหลือร่องรอยไว้ โอบกชสะดุดเล็กน้อยกับนามนั้น เหมือนเป็นนามที่คุ้นเคย
    หล่อนเอียงคอนิดหน่อย ยังยิ้ม สีหน้าเป็นปกติ จิตใจก็อยู่ภาวะปกติ หล่อนไม่คิดอะไรกับเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้ว
    "งั้นก็ดีสิคะ ลูกออกมาคงน่ารักน่าดู คุณพ่อก็หล่อ คุณแม่ก็สวย แหม....."
    ยุทธภูมิยิ้มกับตัวเองในใจ

    ยุทธภูมิอาบน้ำ รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดทำงาน ก็เจ้าของบ้านเขากลับมาแล้วนี่
    เขานึกถึงสิ่งที่ต้องการจะบอก ขณะอยู่ในห้องน้ำ พยายามเรียบเรียงคำพูดให้สื่อความหมายได้เหมือนกับประโยคที่ว่า….
    …' แต่งงานกับผมมั้ย '…
    เพราะว่ามันน่ากระดาก หากจะพูดตรงๆออกมาอย่างนั้น
    โอบกชทักเขาก่อน ทันทีที่เห็นเขาเดินลงมาจากชั้นบน กลิ่นสบู่ยังไม่ทันจางหายด้วยซ้ำไป
    " อาขา วันนี้วันเสาร์ อายังต้องไปทำงานอีกเหรอคะ "
    " เปล่าหรอก พอดีอาจะกลับแล้ว กชก็กลับมาแล้วนี่ อ้ะ…อาคืนกุญแจสำรองให้ "
    หล่อนรับกุญแจไว้ในมือ เดินตามเขาออกไปหน้าบ้าน
    " อาอยู่ทานข้าวกับกชก่อน ดีกว่ามั้ยคะ "
    เขาเดินดุ่มมาถึงประตูรถแล้ว เสียบกุญแจเอาไว้ แต่ยังไม่ทันเปิดออก อยู่ๆ..เขาก็หยุดเหลียวมองไปรอบๆบ้าน
    " อาว่าบ้านนี้เนี่ย อีกหน่อยอาจจะเล็กไปนะ… กชว่ายังงั้นมั้ย"
    หล่อนทำหน้าว่าตามเรื่องที่เขาพูดอยู่ไม่ทัน " อาหมายความว่าไงคะ "
    " ก็…" ดูเหมือนอาการของหล่อนจะทำให้มู้ดที่เขากำลังพยายามสร้างต้องสะดุดลง เขาหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย อย่างไม่รู้ว่าจะต่อคำว่ากระไรดี
    " ก็กชอยู่คนเดียวนี่คะ แค่นี้ก็พอแล้ว "
    " แล้วไม่เหงาเหรอไง อายังเหงาเลย.. อาว่าน่าจะมีคนมาอยู่ด้วยเป็นเพื่อนนะ แต่บ้านคงพออยู่กันได้สองคนอย่างสบาย อีกหน่อยเป็นสามเป็นสี่ คงอึดอัดเหมือนกัน "
    หล่อนยิ้มเก้อๆ บอกว่าเขาพูดอะไรตลกดี พร้อมกับหัวเราะออกมานิดหน่อย
    " …อย่าหัวเราะสิ " เสียงเขานุ่มลงอย่างฉับพลันทันใด ยุทธภูมิก้มหน้าลงกระซิบอะไรบางอย่างใกล้ๆหูหล่อน
    หล่อนยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้นครู่นึง
    " ถ้าคิดเหมือนกันละก็ เก็บกุญแจบ้านอาเอาไว้ด้วยสิ " เขาหยิบกุญแจออกมา ยื่นส่งให้อย่างที่ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะรับไว้หรือไม่
    แต่หล่อนก็รับเอาไว้จริงๆ…
    รับและกำมันไว้ ราวว่าตัดสินใจมาล่วงหน้า หล่อนยิ้ม
    " อาไปนะ "
    " เอ่อ..อาคะ " หล่อนยื่นกุญแจบ้านหล่อนให้เขาเช่นเดียวกัน
    " กุญแจสำรองเนี่ย กชให้อาค่ะ "
    ยุทธภูมิถือกุญแจเอาไว้พร้อมกับมือคนให้ ก่อนจะเก็บกุญแจดอกสำคัญนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อ จากนั้นเปิดประตู สตาร์ทรถ แล้วขับเคลื่อนออกจากบ้านหลังเล็กอย่างโปร่งใจเป็นที่สุด

    <อวสานค่ะ>

    จินตนาการ+เขียนโดย :
    sea_view@hotmail.com
    แสดงความเห็นหน่อยนะ อยากทราบว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้าง โดย คลิกที่นี่

Thanks,You are visitors number since 24-11-2543