Make your own free website on Tripod.com
..................(ตอนที่ 7-8)
  • ขอความคิดเห็นในการตั้งชื่อเรื่องให้ด้วยค่ะ....
    : โอบกชพยักหน้า จิบน้ำส้ม ชื่นชมฝ่ายตรงข้าม แอบพิศดูใบหน้าเขาอย่างละเอียด คิ้วเข้มบน ใบหน้า นัยน์ตาสีสนิมเหล็กที่อาบแสงจรัสตาฉายแววแห่งความลึกลับอยู่เป็นนิจ ดวงตาคู่นี้แหละโอบกชรัก นักหนา มันบอกความหมายหลายอย่างโดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากเลย

    (7)....

    ห้องอาหารเล็ก ๆ ตกแต่งด้วยโทนเขียวของต้นไม้ เข้ากับผนังและเพดานสีครีมเป็นอย่างดี บรรยากาศซึมสลัว โต๊ะเก้าอี้เข้าชุดกัน ทำจากวัสดุน้ำหนักเบา สีสันเหมือนลูกกวาดแต่แข็งแรงคงทน อาหารที่ถูกสั่งมาเป็นอาหารเบา ๆ แค่น้ำส้มกับของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ
    "ผมปลื้มนะ.....กชไม่โกรธผม" อุรัมภ์เป็นฝ่ายเริ่มเมื่อเห็นสีหน้ากระอักกระอ่วนใจของอีกฝ่าย จึง รีบพูด
    "ผมจะไม่พูดถึงมันอีกแล้วล่ะ ต่อไปนี้จะมีเรื่องที่สำคัญเท่านั้น"
    เขาวางมือลงบนมือโอบกช ทำให้หล่อนเข้าใจเป็นอีกอย่าง
    อุรัมภ์คิดจะขอหล่อนแต่งงานอย่างนั้นหรือ ?
    "กชอยากพูดถึงเรื่องของเรา"
    หล่อนเกริ่นกล้า ๆ กลัว ๆ เหมือนเป็นการรุกเร้าฝ่ายชาย
    "เรื่องนั้น.....จะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ผมจะพูดกับคุณหรือเปล่า"
    "ไม่ทราบสิคะ" ดวงหน้านั้นหลุบต่ำลง
    "รอไปก่อนดีกว่า" เขาบอกเฉยเมย สังเกตเห็นท่าทีผิดหวังเล็กน้อยในสีหน้าหญิงสาว ริมฝีปากคู่ นั้นเม้มเข้าหากันครู่หนึ่ง
    "รู้มั๊ย.....ผมจะรอให้บ้านเสร็จซะก่อน"
    "บ้าน?" โอบกชไม่เข้าใจ
    "บ้านของคนสองคน"
    อุรัมภ์ยิ้มพราย แฝงเลศนัย มองตาหล่อน
    "ตั้งแต่เมื่อไหร่ค่ะ ไม่เห็นบอกกชให้รู้บางเลย หรือว่ามาอำกันเล่น" หล่อนซักระคนปิติที่เพริดไป ตามน้ำคำ
    "ผมเพิ่งตกลงใจตั้งแต่.....วันนั้น"
    เขาพูดราวกับเรื่องราวในวันนั้นมีความหมายอันยิ่งใหญ่สำหรับเขา จริง ๆ แล้วก็แค่ความสนุกที่อยากจะลองเล่น เมื่อยู่ในภาวะที่เอื้ออำนวยหลายอย่าง เวลา..... สถานที่.....ตัวเขาและหล่อน
    "กชอยากเห็นบ้านจังค่ะ"
    โอบกชบอก พราวไปทั้งยิ้มและดวงตาคู่สวย ความงามเช่นผู้หญิงแท้ ๆ นี่เองที่ยวนใจอุรัมภ์ไม่แพ้ ภรรยาสาวสวยหรือผู้หญิงอื่น ๆ โอบกชซ่อนสิ่งเหล่านี้ไว้ในอริริยาบทง่าย ๆ ปราศจากการปรุงแต่ง เขาแน่ใจว่าเป็นคนแรกที่พบแง่ มุมนี้ในตัวหล่อน อุรัมภ์บีบมือหล่อนเบาๆคลึงนิ้วเล่นบอกอารมณ์ที่กำลัง สุกงอมเต็มที่
    เขาจูบโอบกช เมื่อพบว่าหล่อนกำลังปล่อยใจไปกับเขา
    สำหรับลูกผู้หญิง คงเป็นความหวานอย่างที่สุด.....อุรัมภ์ช่ำชองสนามมานานแล้ว เขารู้ทางหนีที ไล่ รู้รุกรู้รับ
    เขาฉลาดในการหลอกล่อผู้หญิงเสมอ พระเจ้าสร้างเขาให้มีปัจจัยทุกอย่างที่จะทำการนี้ มันเป็น บาปหรือบุญของเขากันแน่
    "คุณรัมภ์ค่ะ พอเถอะค่ะ ที่นี่ร้านอาหาร"
    หล่อนปรามเกรง ๆ เอียงหน้าหลบการรุกเร้า
    "วันต่อ ๆ ไปก็หาเวลาอย่างนี้ยากเต็มที พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน.....งานยุ่งทั้งวัน คิดถึงก็ได้แต่คิด นะ.....ไม่ได้เห็น.....ไม่ได้สัมผัส....." เขาพรรณนา
    "โธ่.....คุณรัมภ์"
    "เดี๋ยวค่ำ ๆ ไปฟังเพลงกัน ทานข้าว ดูหนัง เอามั้ย.....เหมือนเดิม หรือว่ากชต้องการจะไปไหน"
    "ไปที่อื่นบ้างเถอะค่ะ"
    "ที่ไหนล่ะ....." เขาเอาใจ เสียงอ่อนระรื่นหู
    "กชอยากไปต่างจังหวัด หรือไม่เสาร์อาทิตย์ เราน่าจะไปเที่ยวทะเลกัน"
    "กชไว้ใจผมแล้วใช่ไหม" อุรัมภ์ถามอย่างตื่นเต้น เล็งถึงสิ่งที่ตนเองหวังจะได้”
    "กชไม่ได้หมายความว่าจะไปค้างคืนหรอกนะคะ ไปเช้าเย็นกลับก็พอ.....ได้มั๊ยคะ"
    "ก็ดีนะ" เขาจุดบุหรี่สูบ ไม่ใส่อารมณ์ในคำตอบ เพราะไม่คิดจะให้เป็นไปตามนั้น "แต่ว่าช่วงนี้ผม งานยุ่งมาก เอาไว้ก่อนดีกว่า"
    โอบกชพยักหน้า จิบน้ำส้ม ชื่นชมฝ่ายตรงข้าม แอบพิศดูใบหน้าเขาอย่างละเอียด คิ้วเข้มบน ใบหน้า นัยน์ตาสีสนิมเหล็กที่อาบแสงจรัสตาฉายแววแห่งความลึกลับอยู่เป็นนิจ ดวงตาคู่นี้แหละโอบกชรัก นักหนา มันบอกความหมายหลายอย่างโดยที่เจ้าตัวไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากเลย
    "เราอยู่ที่นี่นานพอสมควรแล้วนะ ไปที่อื่นต่อกันเถอะ"
    เขาเช็คบิล พาหล่อนลุกไปจากที่นั่น

    (8)....

    ร่างสูงขาวเดินตามสบายเข้ามาในบ้าน คนที่รอคอยอยู่ก่อนหันมาทักทาย
    "นายรัมภ์ แกมาช้าไปตั้งสองชั่วโมง"
    อุรัมภ์หัวเราะ พลิกข้อมือดูนาฬิกา
    "นี่แกรอฉันด้วยหรือ ฉันเพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อครู่นี้เอง ปรีดิ์บอกฉันว่าแกให้มาหา ฉันก็เลยได้โอกาส รีบมานี่แหละ"
    ยุทธภูมิจัดเบียร์มาสองที่
    "แกจำได้รึเปล่า ไม่ได้มาบ้านฉันนานเท่าไหร่แล้ว"
    "อาทิตย์นึงละมัง เอ.....ไม่ได้จำซะด้วย" เขายกเบียร์ขึ้นดื่ม
    "มัวแต่เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน" ยุทธภูมิกล่าวกลั้วหัวเราะ "เออ.....วันไหนรถไฟชนกันคงจะสนุกนะ ถามจริง ๆ แกจะอยู่ข้างไหน
    "ขบวนไหนใหญ่ก็เอาไว้ก่อน" อุรัมภ์หมายถึงสายปรีดิ์ "เมียฉันดีที่สุดอยู่แล้ว.....ว่าแต่แกมีเรื่อง อะไรจะบอกฉันรึไง"
    "เรื่องผู้หญิงของแก.....โอบกช"
    อุรัมภ์ไม่ได้มีอาการชะงักแต่อย่างใด แต่กลับหัวเราะเบา ๆ อยู่ในลำคออย่างเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย
    "ฉันอยากให้แกเลิกเกี่ยวข้องกับหล่อน หล่อนยังอ่อนโลกอยู่อีกมานะ"
    ชายหนุ่มสีหน้าจริงจัง ทำให้อีกฝ่ายเริ่มสนใจ
    "ทำไมแกต้องทำหน้าเครียดยังงั้นด้วยล่ะวะนายยุทธ"
    "ฉันไม่ได้กำลังพูดเล่นกับแกนี่"
    "เกิดอะไรขึ้นกับหัวใจของเพื่อนรึเปล่าเนี่ย"
    อุรัมภ์พูดทีเล่นทีจริง อ่านลึกเข้าไปในจิตใจของเพื่อน
    "แกอย่านอกเรื่อง"
    ยุทธภูมิบอกเรียบ ๆ ลุกไปเปิดแผ่นเสียงคลอเบา ๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวดีขึ้น
    "รัมภ์ ฉันรู้ว่าแกรักสายปรีดิ์มาก แกไม่มีวันจะจริงใจกับใครนอกจากปรีดิ์ แต่ถึงยังไง.....แกก็ไม่ ควรจะทำให้ผู้หญิงคนอื่นคิดว่าแกจริงจังกับเขา"
    "แกไม่ควรจะสร้างเหตุการณ์ให้ผู้หญิงอื่นหลงคิดว่าแกจะแต่งงานกับเขา"
    "โอบกชคิดว่าฉันจะแต่งงานกับหล่อนงั้นเหรอ"
    อุรัมภ์ทำเหมือนไม่ใส่ใจ ท่าทางเรื่อย ๆ ของเขาทำให้ยุทธภูมิอารมณ์เสีย เขารู้มาตลอดถึงการ กระทำทุกอย่างของเพื่อน รู้นิสัย คาดเดาได้และเคยตักเตือนได้ จริงอยู่ยุทธภูมิไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของอุ รัมภ์เลย แต่ไม่ได้หมายความว่าการเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ จะเป็นการละเลยเสียทีเดียว มันเป็นประโยชน์แท้จริงก็ เมื่อคราวของผู้หญิงที่ยุทธภูมิต้องการปกป้องนั่นเอง
    "หล่อนเคยบอกทำนองนี้กับฉันเหมือนกันนะ ว่าหล่อนจะแต่งงานกับฉัน แต่หล่อนไม่รู้หรอกว่ามัน ไม่มีทางเป็นไปได้ ฮะฮะ.....ฉันเกลียดการผูกมัดเป็นที่สุด ฉันไม่มีวันจะเอาตัวเองไปผูกมัดอยู่กับผู้หญิงที่ ฉันไม่ได้รัก แล้วก็ปัญญานิ่มพรรค์นั้นหรอก แกก็รู้.....ฉันผ่านผู้หญิงมาเยอะนะ แค่มองตาก็รู้แล้วว่าต้อง ทำยังไงกับหล่อน หล่อนถึงจะพอใจ"
    "ฉันรู้.....รู้อีกด้วยว่าแกไม่มีวันหยุดที่ผู้หญิงคนนี้ ฉันไม่สนใจนะว่าแกจะหยุดตรงไหน ฉันขอแค่ ปล่อยโอบกชไปเท่านั้น"
    ยุทธภูมิจ้องมองตรงมา อุรัมภ์มองตอบ.....มองนิ่ง ๆ เหมือนกับจะชั่งใจในบางสิ่งที่กำลังตัดสิน
    "แกลองคิดซิว่า ถ้าฉันปล่อยไปตอนนี้ อะไรจะเกิดขึ้นกับหล่อนแกไม่เป็นห่วงเหรอ"
    "ฉันอยากให้หล่อนตื่นจากฝันเร็วที่สุด เรื่องอื่น.....ถึงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีได้"
    "ความรักทำให้หล่อนหลุดไปอยู่ในโลกของความฝันซะแล้วสิ.....เฮอะ....."
    อุรัมภ์ยักไหล่ พูดต่อ
    "ผู้หญิง.....ร้อยทั้งร้อยเป็นเหมือนกันหมด" เขาเอนหลังลงกับโซฟา พาดขากับโต๊ะ เบียร์หมดแก้ว แล้วจึงหยิบบุหรี่จุดสูบต่อ
    "ไม่น่าจะมาจริงจังอะไรกับเรื่องพรรค์นี้นะ แกน่ะ นายยุทธ.....ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมันดี กว่า.....หรือว่า.....ถ้าแกคิดว่าฉันปล่อยเธอไปแล้ว เธอจะทนได้ กับการถูกคนที่เป็นที่รักทอดทิ้ง" เขาตี สำนวนเล่นเห็นเป็นเรื่องราวชวนหัวไป
    "หล่อนทนไม่ได้ทั้งสองอย่างนั่นแหละ...ทั้งแกทิ้ง หรือรู้ความจริงว่าแกมีเมียแล้ว" ยุทธภูมิดื่มอึกใหญ่ "เพราะฉะนั้น แกรีบออกไปจากชีวิตหล่อนนะดีที่สุดแล้ว"
    อุรัมภ์รอจนเถ้ากินลามบุหรี่เข้าไปถึงเกือบครึ่งมวน จึงเคาะลงกับจานเคาะ
    "เอ้อแปลกนะ วันนี้เราสองคนต้องมานั่งถกปัญหาให้กับผู้หญิงคนหนึ่ง"
    "คนที่จะแก้ปัญหาได้คือแก" เขาว่า
    อุรัมภ์หัวเราะเบา ๆ เชิงเข้าใจ
    "แล้วแก.....ตกลงจะเอายังไง จะยอมตามที่ฉันขอร้องมั๊ย นายรัมภ์"
    ยุทธภูมิรินเบียร์เพิ่มให้ ก่อนจะลุกเดินไปริมหน้าต่าง มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เห็นแต่ความดำมืดที่ไม่มี ดาวแม้แต่ดวงเดียวบนนั้น เขาถอนหายใจลึก ๆ ลมระอุผสมกลิ่นเบียร์จ่าง ๆ ผ่อนผ่านจากอก อุรัมภ์ ยังคงนั่งเงียบ
    "แกจะตอบฉันได้รึยัง" เขาเร่ง
    "ยัง.....ให้ฉันดู ๆ ไปก่อนดีกว่า" อุรัมภ์ตอบเลี่ยง ๆ "ฉันหมายความว่าจะไม่ปล่อยหล่อนตอนนี้นะ"
    "แกจะดูอะไรอีก" ยุทธภูมิถามทันควัน
    "..... ....." อุรัมภ์ยักไหล่ หัวเราะเบา ๆ อีกครั้งให้กับสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่

    <<ยังมีต่อ ฉบับหน้า>>

    …………………………………………..

    Thanks,You are visitors number since 26/03/99


    : แสดงความคิดเห็น

    ชื่อ/email:
    ความคิดเห็น: