Make your own free website on Tripod.com

บทที่  4     พบกันครั้งแรก


                         อาเซนธาเรียแอบปลดสายมอนิเตอร์ต่างๆบนร่างของเธอ    แล้วค่อยๆย่องออกจากห้องอย่างเงียบๆ    จากนั้นความวุ่นวายอะไรจะเกิดขึ้นที่นี่เธอไม่สนใจ    จิตใจของเธอตอนนี้อยู่ที่ยานเซวีนัสลำนั้นแล้ว    มันจะพาเธอไปหาพี่ชาย เขากำลังอยู่ในอันตราย เธอจะไปตามหาเขาด้วยตัวเอง...
                           ระหว่างเร่งรุดไปยังฐานอากาศยานเขตสี่ซึ่งอยู่ใกล้เขตพระราชฐานที่สุด    เรื่องราวมากมายตั้งแต่เล็กจนโตระหว่างเธอกับพี่ชายทั้งสอง ก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงมโนสำนึกเป็นฉากๆ
                           ...นับตั้งแต่จำความได้ พี่ชายทั้งสองก็อยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา    อาซิคาลอสพี่ชายใหญ่ เงียบขรึมแต่ใจดี    ตามใจและอ่อนโยนกับเธอเสมอ    อาซิเธโอพี่ชายคนรอง ร่าเริงชอบหยอกเย้าให้เธอขัดใจแล้วค่อยง้อ      ตอนเด็กๆ..ทุกครั้งที่งอนพี่ชายรอง ต้องรีบวิ่งไปฟ้องพี่ชายใหญ่ให้ช่วยจัดการ    แล้วทั้งสองก็ต้องช่วยกันเล่นละคร ให้คนหนึ่งดุอีกคนหนึ่ง เพื่อทำให้น้องสาวตัวน้อยๆหายโกรธและยิ้มออก
                          ...เมื่อโตเป็นสาว    พวกเขาทั้งสองยิ่งรักและหวงเธอดังดวงใจ    ยิ่งหลังจากสูญเสียพระมารดา พี่ชายก็เข้ามาทดแทนทุกสิ่งที่ขาดหายไปให้กับเธอ    พวกเขาเป็นทั้งครู เป็นทั้งพี่ เป็นทั้งเพื่อน เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นมาเป็นชีวิตของเธอ
                        ...หวนนึกถึงหากต่อไปไม่มีพี่ชายใหญ่ ความรู้สึกก็หวิวโหวง คล้ายกับชีวิตได้สูญหายไปครึ่งหนึ่งก็ไม่ปาน
                        ...หากต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเช่นนั้น    มิสู้เดินทางสู่มาริกัสตามหาเขาให้พบ    ต่อให้ข้างหน้าคือความตาย แต่อย่างน้อยเธอกยังรู้สึกว่าได้พยายามทำอะไรเพื่อเขาแล้ว มิใช่นั่งรออยู่เฉยๆไม่ได้ทำอะไรเลยแบบที่ผ่านมา
                          ...การเข้าร่วมรับชะตากรรมพร้อมกับคนที่รัก    อย่างน้อยยังทำให้รู้สึกดีกว่าการเฝ้ารอฟังข่าวด้วยความห่วงหากระวนกระวาย   
                       ...ความผูกพันนั้นเหมือนโซ่พันธนาการร้อยหัวใจ    ยิ่งยาวและหนาหนัก ก็ยิ่งยากที่จะสลัดให้หลุดออกมา    ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งรัดแน่นหนา อึดอัดทุกข์ทรมานเหลือเกิน     

                        ถึงแม้บนบัตรประจำตัวของเธอจะไม่มีรหัสผ่านเข้าสู่ฐานทัพ    แต่อาศัยฐานะเจ้าหญิงอาเซนธาเรียก็สามารถผ่านเข้าไปได้อย่างสะดวกสบาย
                        ...ทอดตาทั่วเมลาเนียลมีใครกล้าขัดใจเจ้าหญิงน้อยองค์นี้     แน่นอน...เธอรู้ว่าทั้งหมดไม่ใช่เพราะเพียงแค่เธอคือเจ้าหญิงแห่งเมลาเนียล    หากแต่เป็นเพราะเธอคือพระขนิษฐาของรัชทายาทอาซิคอสต่างหาก   
                        ..รัชทายาทอาซิคาลอส อ่อนโยน ใจดีเหลือเกินกับน้องสาวคนนี้เท่านั้น     แต่กับคนอื่นแล้ว เขากระด้างเย็นชา    เป็นผู้บังคับบัญชาที่เด็ดขาดและเข้มงวดเป็นที่เกรงกลัวของทหารทุกคน
                        ณ ฐานอากาศยานเขตสี่ซึ่งเป็นกองกำลังทางอากาศรักษาพระองค์ที่ขึ้นตรงกับรัชทายาทอาซิคาลอส    หน่วย รปภ.ที่เฝ้าทางเข้าออก พอเห็นผู้มาเจ้าหญิงอาเซนธาเรียก็รีบกดปุ่มเปิดประตูให้เธอเข้าไป     เวลานั้นเจ้าหน้าที่ประจำห้องควบคุมคนหนึ่งรีบก้าวปราดเข้ามาทำความเคารพ แต่เธอกลับไม่สนใจเขา สาวเท้าตรงไปยังห้องส่งยาน
                 "     เจ้าหญิง...ท่านจะทำอะไร...."
                ปกติเธอไม่ใช่คนที่แข็งกระด้าง    แต่เวลานี้เธอไม่มีเวลาที่จะอ่อนโยนกับใคร     ป่านนี้ทางโรงพยาบาลอาจรู้แล้วว่าเธอหายตัวไป      เวลาเหลือน้อยเต็มที ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรก็ช่าง ตอนนี้เธอต้องนำยานออกสู่อวกาศโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ทุกคนจะตามมาขัดขวางเธอได้ทัน
               "     ขอโทษนะ..."     เด็กสาวหันขวับมาอย่างรวดเร็วต่อยหมัดอย่างแรงชกใส่หน้าท้องคนผู้นั้นจนจุกตัวงอ     จากนั้นรีบวิ่งไปที่แผงควบคุมคอมพิวเตอร์ คีย์คำสั่งส่งยานด้วยช่องข้ามมิติอย่างรวดเร็ว
                       ..ยานเซวีนัสคือยานที่ถูกเลือก    เป้าหมายคือ...มาริกัส...
               ..มาริกัส..อยู่ที่ขอบดาราจักร    ระยะทางที่ไกลเช่นนี้ ต่อให้เป็นยานที่เดินทางได้เร็วขนาดไหน ก็คงใช้เวลานานกว่าจะไปถึง    แต่เทคโนโลยีขั้นสูงของเมลาเนียล ที่อาศัยทฤษฎีการเปิดช่องทางข้ามมิติของจอมปราชญ์เธลปิโดลัส     สามารถทำให้ตำแหน่งสองตำแหน่งที่อยู่ห่างกันไกลนับปีแสง มาอยู่ใกล้กันเพียงแต่สองฝั่งของประตูเข้าออก
               ..เครื่องส่งผ่านมิติเริ่มทำงาน    เสียงจากคอมพิวเตอร์บอกให้นักบินเตรียมพร้อมที่ยาน ....เด็กสาวรีบวิ่งไปอย่างสุดฝีเท้า...
               เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมคนนั้นประคองตัวเองลุกขึ้น ลากฝีเท้าไปที่แผงควบคุม    แต่ว่าช้าไปเกินที่จะยับยั้งทุกอย่างได้แล้ว
                       เห็นบนจอมอนิเตอร์...ยานเซวีนัสกำลังเคลื่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ส่งผ่านมิติ ..ตัวเลขเวลาบนหน้าจอกำลังนับถอยหลัง      ห้า...สี่...สาม...
                       เวลาเดียวกันนั้นบังเกิดเสียงฝีเท้าดังเร่งร้อน เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมกับนายทหารรักษาพระองค์สามคนโถมกายเข้ามา
                        "     เกิดอะไรขึ้น..."
                        "     เจ้าหญิงอยู่ไหน..?  "
                        "     เจ้าหญิง...."     เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมคนแรก มือหนึ่งกุมท้องอีกมือชี้นิ้วไปที่จอมอนิเตอร์     "...อยู่ในยานลำนั้น..."
                        "     รีบยับยั้งการส่งยาน..."    นายทหารรักษาพระองค์ บนอกเสื้อติดเครื่องหมายยศหัวหน้ากอง ออกคำสั่งเสียงเครียด
                        "     ทำไม่ได้แล้ว     ยานเคลื่อนผ่านอยู่ในอุโมงค์มิติ    หากยับยั้งตอนนี้..เจ้าหญิงอาจมีอันตราย    ยานอาจหลุดนอกตำแหน่งเส้นทางได้..."
                        "     ทำยังไงดี..."    นายทหารอีกคนหันมาโพล่งกับหัวหน้าของตนเอง    " ..เจ้าหญิงไม่มีบัตรขับยาน    เมื่อยานถูกส่งผ่านพ้นอีกฝั่งของประตูมิติ แล้วเธอจะทำอย่างไร "
                        "     มีทางเดียว..."    หัวหน้ากองตัดสินใจอย่างรวดเร็ว    "    เปิดเครื่องส่งผ่านมิติอีกครั้ง..ใช้ตำแหน่งพิกัดเดิม...ส่งยานค้นหาออกติดตามไป...อาจช่วยเธอได้..."
                        "     แต่ว่า..."    เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมรีบแย้ง    "    จะเปิดเครื่องส่งผ่านมิติ..จะต้องมีคำสั่งอนุมัติจากเบื้องบนก่อนเท่านั้น.."
                        "     ไม่มีเวลาแล้ว....ความปลอดภัยของเจ้าหญิงต้องมาก่อน.. "    หัวหน้ากองกล่าวเสียงหนักๆ    "..ส่วนโทษทัณฑ์ที่ตามมา..ข้ารับผิดชอบเอง..."

                        ในที่สุด..ยานอีกลำก็ถูกส่งผ่านข้ามอุโมงค์มิติไป    เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมทั้งสอง นั่งมองจอมอนิเตอร์ด้วยความรู้สึกอันหนักอึ้ง
                        ....เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ อยู่เหนือความคาดคิดของทุกคนจริงๆ...
                        ....ขอภาวนาให้ผู้กองลีอุส ติดตามไปช่วยเจ้าหญิงได้ทันด้วยเถิด....
                        ....ถึงแม้เธอจะซุกซนและเอาแต่ใจ แต่เธอก็งดงามน่ารัก และเป็นมิ่งขวัญดวงใจของชาวเมลาเนียลทุกคน
                        "    เอ๊ะนั่น...มียานล่วงล้ำเข้ามาในจอเรดาร์..."     เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมอีกคนอุทานขึ้น ค่อยเอื้อมมือไปกดปุ่มส่งสัญญาณติดต่อไปยับยั้งยานลึกลับไว้    และเมื่อสัญญาณตอบรับถูกส่งกลับมาด้วยสัญญาณภาพโฮโลแกรม     คนทั้งสองถึงกับรู้สึกเหนือความคาดหมายจนผุดลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว
                 "     รัชทายาท...กลับมาแล้ว  "
                        "     เรียกหอบังคับการ    เราคือ..อาซิคาลอส...จะขอนำยานจอดลงในฐานอากาศยานเขตสี่    เคลียร์พื้นที่และเปิดช่องสัญญาณรับเราด้วย..."
                        ภาพจากโฮโลแกรมเป็นภาพของรัชทายาทอาซิคาลอสจริงๆ    แต่เขามิใช่พลัดหลงอยู่ใน Area-X ที่ขอบดาราจักรหรอกหรือ    มาปรากฏอยู่เหนืออวกาศของเมลาเนียลได้อย่างไร    เจ้าหน้าที่ทั้งสองหันมองหน้ากันอย่างลังเล หนึ่งในสองค่อยตัดสินใจตอบไปว่า
                        "     ขออภัยรัชทายาท...แต่เราขอปฏิบัติตามกฏ    ท่านโปรดแสดงรหัสผ่านประจำตัวด้วย...."
                        ในภาพโฮโลแกรม เห็นเขาล้วงบัตรประจำตัวออกมาสอดใส่ช่องส่งสัญญาณ    ตัวเลขนับล้านตัววิ่งผ่านจอภาพไปอย่างรวดเร็ว    คอมพิวเตอร์ตรวจเช็ครหัสทั้งหมดที่ส่งเข้ามาในเวลาเพียงแค่สามสี่วินาที    จากนั้นบนจอมอนิเตอร์ค่อยปรากฏภาพและข้อมูลประจำตัวสั้นๆของเขา    สองเจ้าหน้าที่ห้องควบคุมถึงกับทั้งตระหนกทั้งปิติตื่นเต้น     รีบพิมพ์คำสั่งเคลียร์พื้นที่ให้ทันที
                 ...เป็นเขาจริงๆ..เขากลับมาแล้วจริงๆ....
               "      เตรียมพื้นที่พร้อม..นำยานลงจอดได้...จะส่งสัญญาณไปรับ...โปรดแจ้งพิกัดบอกตำแหน่งให้หอบังคับการด้วย    ..."


                   อาซิคาลอสก้าวออกจากช่องทางออกจากยานมายังหอบังคับการพร้อมสองทหารองครักษ์คู่ใจด้วยสีหน้าเคร่งเครียด    ในความเข้มแข็งองอาจของพวกเขา แต่ก็มิอาจปกปิดท่าทางเหน็ดเหนื่อยและอิดโรยไว้ได้หมดสิ้น    มันฉายออกมาทางแววตาและท่าทาง    ดูคล้ายคนที่เพิ่งผ่านเส้นทางอันยาวไกล ผ่านห้วงความเป็นตายมาอย่างหวุดหวิด
                  "     เจ้าหญิงอาเซนธาเรียอยู่ที่ไหน...ส่งสัญญาณเรียกเธอให้ข้าเดี๋ยวนี้     ข้าอยากคุยกับน้องของข้า..."
                นี่เป็นคำสั่งแรกที่หลุดออกจากปากรัชทายาทหนุ่ม     ถึงกับทำให้ทุกคนในหอบังคับการรู้สึกแทบหายใจไม่ออก
                  "     เจ้าหญิง..."    เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตะกุกตะกัก    "   ..แอบนำยานเข้าช่องข้ามมิติ เดินทางไปมาริกัสด้วยตัวเอง...."
                  "     แต่ผู้กองลีอุส..รีบนำยานอีกลำติดตามไปแล้ว..."    อีกคนรีบรายงานเสริมอย่างรวดเร็ว
                อาซิคาลอสอึ้งไปทันที    แต่เขาก็สงบอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว   
                          "    เรื่องราวเป็นยังไง...."


                    ยานเซวีนัสหลุดออกจากช่องข้ามมิติแล้ว....
                    อาเซนธาเรียถึงแม้ไม่มีบัตรขับยาน    แต่นี่จะยากเย็นอะไร    ตอนที่พี่ชายรองอาซิเธโอออกแบบยานลำนี้    เธอได้ช่วยเขา ในเรื่องการวางระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ในเครื่อง    แปลนของยานถูกอ่านผ่านตาของเธอมาหลายเที่ยว    กลไกระบบบังคับในยานเธอรู้กระจ่างเกือบเท่าๆกับเขา ดังนั้นถึงแม้จะไม่มีบัตรที่ใช้ควบคุมยานลำนี้    เธอก็รู้ว่าจะทำอย่างไรถึงสามารถเข้าไปควบคุมด้วยวิธี manual ให้ยานลำนี้ขับเคลื่อนออกไป
                  แผงหน้าจอควบคุมในยานถูกแกะเปิดออกมาจนเห็นเครื่องวงจรข้างใน    เด็กสาวดึงสายไฟสองสามเส้นมาต่อวงจรใหม่    จากนั้นลองชาร์ทพลังงานขับเคลื่อนขึ้นมา ปรากฏว่าได้ผล    ถึงแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติจะยังดับนิ่ง แต่การขับยานด้วยวิธี manual ยังใช้ได้ดี
                           เวลานั้น..เมื่อมองผ่านกระจกใสออกไป    เบื้องนอกยานเป็นห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง เห็นดาวมากมายระยิบระยับอยู่ไกลโพ้น    ทันใดนั้นเอง...เด็กสาวพลันฉุกใจได้คิดถึงปัญหาอันหนึ่ง
                          ..ระบบอัตโนมัติไม่ทำงาน แล้วเธอจะขับยานไปมาริกัสได้อย่างไร...
                         ..เธอไม่รู้ว่ามาริกัสอยู่ตรงไหน    เพราะเธอไม่เคยไปที่นั่นมาก่อน...!
                ...มีทางเดียว คือต้องดึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์ออกมาดู    แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร...ทันใดนั้น..เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้น    อาเซนธาเรียรีบเช็คระบบอย่างรวดเร็ว พบว่าพลังงานสำรองของยานกำลังจะหมด     เพราะว่าพลังงานส่วนกลางไม่ยอมทำงาน    สิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้คือรีบทำการเชื่อมสายส่งต่อพลังงานเข้ามาในระบบ และแก้ไขให้ระบบอัตโนมัติทำงานตามปกติ     จะได้เดินทางสู่มาริกัสตามโปรแกรมเดิมของยานได้
                        เพื่อเซฟพลังงานสำรองไว้ให้มากที่สุดสำหรับใช้ในการนำยานลงจอดหากว่าไม่สามารถดึงพลังงานส่วนกลางออกมาได้จริงๆ    เธอต้องปิดระบบไฟฟ้าหลายจุด    ใช้งานสำหรับส่วนที่จำเป็นเท่านั้น     เวลานั้น..หารู้ตัวไม่ว่ามียานอีกลำหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาประชิดอย่างเงียบๆ
                        พอมารู้ตัว..ยานเซวีนัสก็ถูกยึดแล้ว...         


                        เธอเคยได้ยินได้ฟังเรื่องสลัดอวกาศมาบ้าง     แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เผชิญหน้ากับโจรสลัดด้วยตนเอง
                        เขาอยู่ในชุดสีดำ     ร่างสูงใหญ่สง่างาม    จนเธอแทบไม่อยากจะเชื่อว่าในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่จะมีโจรสลัดที่เปี่ยมบุคลิกภาพโดดเด่นงามสง่าเช่นนี้ ปราดแรกที่พบเห็นเขาก็จุดประกายความรู้สึกที่ประหลาดลึกล้ำขึ้นในใจของเด็กสาวอย่างบอกไม่ถูก
                        เธอไม่เห็นหน้าตาของเขา เพราะสลัดผู้นี้สวมใส่หน้ากากเทาเงินปกปิดใบหน้าไว้    
                        เขาก้าวเข้ามาในยานเพียงลำพัง ด้วยฝีเท้าแผ่วเบา...แต่สุขุม ...เยือกเย็น
                        เวลานั้น...เขาค่อยๆลดปืนเลเซอร์ในมือลงช้าๆ เพ่งตามองเธออย่างประหลาดใจ
                        เพราะเขาเองก็คาดไม่ถึง ว่าบนยานลำนี้มีเพียงเด็กสาวที่งดงามคนหนึ่ง เดินทางมาในยานเพียงลำพังคนเดียว....


                       "    คนอื่นๆไปไหนกันหมด..."
               "     ไม่มี..."     เธอส่ายหน้าบอกเขาไปเสียงเบาค่อย    ด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นปนขัดเขิน    ก้อนี่เป็นครั้งแรกที่อยู่กับชายแปลกหน้าสองต่อสอง ในสถานที่อันโดดเดี่ยวกลางห้วงอวกาศอันลึกล้ำเช่นนี้นี่นา...
                       " ...ท่านเป็นใคร...ต้องการอะไร..."    พอนึกถึงว่าตนเองไม่อาจแสดงความอ่อนแอออกไปต่อหน้าคนแปลกหน้าอย่างเด็กขาด    จึงรีบรวบรวมความกล้า เชิดหน้าส่งเสียงเข้มถามออกไป      " ..บุกรุกยานคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต..ช่างบังอาจนัก...รู้มั้ยว่าเราเป็นใคร... "
              "     แล้วเจ้าเป็นใคร..."     เสียงเขาคนนั้นถามอย่างเฉื่อยชา
              "     เราคือ...."    คำพูดไม่ทันหลุดจากปากพลันฉุกใจคิด    ไม่ได้นะ..จะเปิดเผยฐานะแท้จริงไปไม่ได้    หากโจรสลัดรู้ว่าเธอเป็นเจ้าหญิงแห่งเมลาเนียล บางทีอาจเกิดผลร้ายตามมาสุดคาดคิดก็ได้    เพียงแต่ว่า...เอ..เราเป็นใครดีนะ
             "     เราก็คือเจ้าของยานลำนี้ไง..."
            เขาคล้ายตั้งใจฟังอย่างยิ่ง พอได้ยินคำตอบต้องรู้สึกเหนือความคาดหมายอยู่บ้าง    ถึงกับส่งเสียงหึหึเบาๆในลำคอ
            เธอกระพริบตา มองเขาอย่างลืมตัว..   ..เสียงหัวเราะแบบนี้...คล้ายกับเคยได้ยินมาจากที่ไหนหนอ...
             "     แล้วเจ้าเป็นใคร...."
            สายตาคมนิ่งแต่เฉื่อยชาคู่นั้นตวัดมองไปทางกระจกหน้าต่างนอกยานแว่บหนึ่ง     "..เราก็คือเจ้าของยานลำนั้น..."
           เด็กสาวพอถูกย้อนกลับมาเช่นนั้นต้องสูดลมหายใจลึกๆเข้าปอด     ตอนแรกรู้สึกเคือง แต่ต่อมาก็รู้สึกขำ ค่อยๆระบายลมหายใจช้าๆออกมา
          ...คนที่เย็นชาคนนี้..ที่แท้ก็พูดเล่นเป็นแฮ่ะ
           เขาเดินช้าๆมองสำรวจทั่วๆห้องบังคับยาน    สุดท้ายหยุดยืนนิ่งนานหน้าแผงควบคุมวงจรที่ถูกเธอแกะรื้อออกมาจนกระจุยกระจาย
                   "     ที่แท้..ยานเสีย...."
           "     ซ่อมเป็นมั้ย..."    เธอยื่นหน้าเข้าไปถามเขาอย่างลืมตัว    ไม่รู้เป็นเพราะอะไร    เธอรู้สึกบางอย่างลึกๆว่าเขาไม่คล้ายคนร้ายเลย
          เขาเงียบไปตอบ    เพียงถอนใจยาวๆคำหนึ่ง     "..เสียเที่ยวจริงๆ...."    พลางสาวเท้าไปยังประตูทางออกของยาน
          ...รึว่าเขาจะจากไปแล้ว....
         "     นี่จะไปไหน..."    เธอร้องออกไปอย่างลืมตัว 
                  เขาคล้ายท่อนไมท่อนหนึ่งกลางมหาสมุทร    เธอไม่อยากแหวกว่ายอยู่ลำพังคนเดียว    อย่างน้อยพอพบที่พึ่งพิงก็ขอคว้าเอาไว้ก่อน..
          ...ถึงแม้นี่จะเป็นท่อนไม้น้ำแข็งท่อนหนึ่ง    แต่อย่างน้อยก็พอใช้ยึดพักชั่วคราวได้...
         "    ไหนๆก้อเข้ามาแล้ว...ช่วยแก้ยานให้ข้าหน่อยสิ     ถ้าเจ้าส่งข้าถึงสถานีมาริกัสได้.. รับรองว่าข้าจะมีรางวัลให้เจ้าอย่างงาม..."
                   เขาชะงักเท้า เบือนหน้ากลับมาช้าๆ...ท่าทางคงจะสนใจกับข้อเสนอของเธอแล้ว
                  "     ตกลง..ข้าจะช่วยซ่อมยานให้เจ้า..แต่มีข้อแลกเปลี่ยน...
                 "     ท่านต้องการอะไร..."
                 "    เสบียงอาหาร..."
                ที่แท้เขาเข้ามาในยานก็เพื่อหาเสบียง    
                เด็กสาวทวนคำ " เสบียงอาหาร "    รู้สึกท้องไส้ลั่นโครกครากขึ้นมาทันที พร้อมกับหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
                จริงสิ...เธอเพิ่งนึกขึ้นมาได้..
                ยานลำนี้ไม่มีเสบียงอาหารอะไรเลย...!
           เธอไม่ได้เตรียมมันมา !

( โปรดติดตามตอนต่อไป )

rainb.gif (4421 bytes)
         

                  

 

Thanks,You are visitors number since 01/07/99


: แสดงความคิดเห็น

ชื่อ/email:
ความคิดเห็น: